สโมสร "คิดดีครับ"

คิดดี มีเป้าหมาย เรียบง่าย แบ่งปัน ทันสมัย

@ p-i-n-a @
  • Female
  • BKK
  • Thailand
Share 
  • Blog Posts
  • Discussions
  • Events
  • Photos
  • Photo Albums
  • Videos

@ p-i-n-a @'s Friends

 

@ p-i-n-a @'s Page

Profile Information

Relationship Status:
Engaged
About Me:
just cum 2 look around
Website:
http://poopina.hi5.com

สุขภาพและความงาม

.

.

แค่ะจะมา เล่าเรื่อง คสอ. มั่งอ่ะ

มะเกี่ยวไรกะคิดดีเล้ย

แค่



คิดจะแบ่งปันแค่นั้นเอง

^____________^

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>.

วันนี้ 2008.07.30


ความจริงก็คืออยากจะขึ้นหัวข้อใหม่ แต่................... (ทำไม่เป็นง่ะ)

เลยต้องมา edit อันเดิมแทน..

เรื่องมันก็คือ ช่วงนี้ เหมือนจะศึกษาเรื่องการลด + ควบคุม นน. + ออกกำลังกาย อะไร เทือกเนี้ย มาซักระยะแระ...

อ่านเจอบทความน่าสนใจหลายอัน.. ก้ออยากจะแบ่งปันมั่งอ่ะ (งุงิงุงิ) ^^" (งุงิ ทำมายเนี่ย)

เริ่มเลยนะ.. อันนี้ พอเริ่มศึกษา ก็เริ่มปฏิบัติ ได้ผลเป็นที่น่าพอใจเลยมาบอกต่อ..

1st strep - หลักการ lowcarb หรือ การพร่องแป้งนั่นเอง (คัดมาจาก )

Q:อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณหิวง่าย
A:อาหารพวกแป้ง เช่น ข้าว เกี๋ยวเตี๋ยว ขนมปัง ของหวาน แม้แต่ผลไม้ที่มีรสหวาน ที่เรารับประทานจะถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลในกระแสเลือด น้ำตาลจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่เรียกว่า อินซูลิน (insulin) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงาน หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมไว้


หลังรับประทานอาหารประเภทแป้งใหม่ๆ จะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เรารู้สึกสดชื่น มีพลัง แต่ไม่นานนัก เมื่อเราประกอบกิจกรรมต่างๆ น้ำตาลก็จะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงาน และไขมันเพื่อสะสมไว้ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง เราจะเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย และ หิว เมื่อหิวเราก็รับประทานอาหารอีก ซึ่งถ้าเป็นประเภทแป้งหรือน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ซึ่งเป็นแบบวิธีการบริโภคของคนทั่วๆไป เราก็จะรู้สึกดีขึ้น แต่ไม่นานนักเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงจากการถูกใช้เป็นพลังงานและการเปลี่ยนเป็นไขมัน ระดับน้ำตาลที่ลดลงหลังจากรับประทานอาหารพวกแป้งไปสักระยะหนึ่งนี่เองที่เป็นตัวส่งสัญญาณให้เราเติมน้ำตาลให้กับเลือด นั่นคือ ความหิว เราก็จะกลับเข้าสู่วัฏวักรของความหิวใหม่


ปัญหาก็คือ สำหรับคนทั่วไป เมื่อร่างกายต้องการพลังงาน แทนที่ร่างกายจะหันไปหาไขมันที่สะสมไว้กลับเรียกร้องหาอาหารเพิ่มเติมผ่านสัญญาณจากระดับน้ำตาลในเลือดที่ลดลง แล้วทำอย่างไรล่ะจึงจะทำให้ร่างกายหันไปเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้ มีอยู่ 3 วิธีให้เลือกคือ การออกกำลังกาย การอดอาหาร หรือ ไม่ก็ตัดการป้อนแป้งและน้ำตาลใหักับร่างกาย


Q:กลไกในการสะสมไขมันในร่างกายของมนุษย์
A:
ร่างกายของคนเราที่ได้วิวัฒนาการมา ได้สร้างกลไกในการสะสมพลังงานที่ได้จากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในรูปของไขมันตามใต้ผิวหนังส่วนต่างๆ กลไกสำคัญในเรื่องนี้ก็คือ ฮอร์โมนอินซูลินซึ่งควบคุมการดูดซึมอาหารเข้าสู่กระแสเลือดในรูปของน้ำตาล ซึ่งส่วนหนึ่งจะถูกใช้ไปเป็นพลังงาน และส่วนที่เหลือจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมเอาไว้ ถ้าปริมาณอาหารที่เรารับประทานเข้าไปสมดุลย์กับพลังงานที่เราใช้ ก็ย่อมจะไม่มีการสะสมพลังงานในรูปไขมัน แต่ภาวะสมดุลย์ที่ว่านี้เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดขึ้นได้ยากมาก เนื่องจากความเจริญของสังคมมนุษย์ที่ทำให้เราใช้แรงงานน้อยลง และมีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ขึ้น คนส่วนใหญ่จึงรับประทานเกินกว่าที่จะใช้เป็นพลังงานให้หมดไปได้ ซึ่งอาจจะแก้ไขได้ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็มีคนส่วนใหญ่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ หรือถึงทำได้ก็ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น


แต่ที่ร้ายที่สุดก็คือ การรับประทานอาหารประเภทแป้งเป้งหลัก ทำให้เราตกอยู่ใน วัฏจักรของความหิว ไม่รู้จบ และนำมาซึ่งภาวะน้ำหนักตัวเกิน หรือ โรคอ้วนในที่สุด

Q:ลดการบริโภคแป้งช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างไร
A:
การงดหรือลดการบริโภคอาหารพวกแป้งและน้ำตาลจะช่วยตัด วัฏจักรของความหิว นั่นคือ ลดระดับอินซูลิน โดยร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนกลูคากอน (glucagon) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายดึงไขมันที่สะสมอยู่มาเผาผลาญเป็นพลังงาน


เมื่อร่างกายถูกจำกัดปริมาณแป้งและน้ำตาลที่บริโภคเข้าไป ก็จะหันไปเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่แทน เรียกภาวะการนี้ว่า คีโตซิส (ketosis) เพราะมีการผลิตคีโตน (ketone) เพิ่มขึ้นในเลือดในขณะที่ระดับน้ำตาลคงที่ และระดับอินซูลินลดลง ถ้าเรารักษาภาวะคีโตซิสไว้ได้ด้วยการงดการบริโภคแป้งและน้ำตาล แต่บริโภคโปรตีนและไขมันแทน เราจะไม่หิวง่าย และน้ำหนักของเราจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องอดอาหาร


โดยทั่วไป เราจะงดหรือลดแป้งลงให้น้อยที่สุดในช่วงแรก เพื่อให้ร่างกายเปลี่ยนสู่ภาวะคีโตซิส ลดน้ำหนักลงมาถึงจุดที่พอใจ แล้วเราอาจจะเริ่มรับประทานอาหารพวกแป้งได้ โดยควบคุมให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ ซึ่งจะทำให้เราได้รับความสุขจากการรับประทานอาหารที่เราชอบได้ต่อไป



สรุปนะ เค้าอ้างว่า การที่เรากินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเข้าไปมากๆ พอมันเข้าไปในท้องแล้ว มันจะใช้เวลาย่อยแค่ 40 นาที ซึ่งทำให้1) หิวง่าย แล้วก็มันจะแปรแป้งที่ได้ไปเป็นน้ำตาลดูดซึมเกข้าไปในกระแสเลือ ทำให้ 2) กินแล้วง่วงง่ายมากๆ แล้วไอ้น้ำตาลอินซูลินเนี่ย มันก็จะแปรขบวนในร่างกายอีกทีในกรณีที่เราใช้พลังงานที่กินไปไม่หมด เก็บไว้ในรูปแบบไขมันเพื่อเป็นพลังงานสำรองในร่างกายซึ่งทำให้ 3) อึดอัดว่ะ รู้สึกแน่นๆชะมัด

ไอ้ที่สรุปน่ะ เจอมากะตัวเลยคร่า................ เลยต้องขอบอกขอบอกนะคร้า....






Comment Wall (2 comments)

You need to be a member of สโมสร "คิดดีครับ" to add comments!

Join this Ning Network

At 8:57am on June 3, 2008, kiddclub said…
สวัสดีตอนเช้า ขอให้คิดดีทั้งวัน
At 2:34am on May 24, 2008, kiddclub said…
ได้ทุกเรื่องครับเจ็...แต่ไอ คสอ.นี่ไยเหยอ (ระหว่างพิมพ์ถึงจุดที่ 3 ถึงนึกออก...เครื่องสำอางค์นี่เอง
ยินดีต้อนรับ สมาชิกรุ่นแต่ง(หน้า)จริง สวยจริง...?
 
 
 

© 2009   Created by kiddclub on Ning.   Create a Ning Network!

Badges  |  Report an Issue  |  Privacy  |  Terms of Service